สารจากประธานกรรมการบริษัท

ปี 2563 เป็นอีกปีที่ ออริจิ้นได้เติบโต และเป็นการเติบโตที่สำคัญทั้งในแง่ธุรกิจและในแง่ประสบการณ์ในการก้าวผ่านสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด ถือเป็นหนึ่งในความปกติแบบใหม่ (New normal) ที่ผมเคยได้กล่าวถึงมาในหลายๆ ครั้งก่อนหน้านี้
(นายลักษณะน้อย พึ่งรัศมี)
ประธานกรรมการบริษัท

ด้วยความตะหนักถึงดังกล่าว ออริจิ้นจึงมุ่งเน้นที่จะเป็นองค์กรที่แข็งแกร่งและมีความยืดหยุ่น พร้อมที่จะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ และเน้นการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนเสมอมา การที่เรามีการเตรียมพร้อมล่วงหน้าอยู่เสมอนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างเช่น การระบาดของโรคโควิด-19 ในปี 2563 นี้ เราจึงสามารถรับมือได้เป็นอย่างดี

สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 นั้น ส่งผลกระทบในภาพรวมเศรษฐกิจ สังคม ชีวิต และความเป็นอยู่ของคนทั้งโลกยาวนานตลอดทั้งปี 2563 สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นด้านกำลังซื้อ ความเชื่อมั่นในการตัดสินใจซื้อ หรือการเปลี่ยนในเชิงพฤติกรรมของผู้บริโภค ด้วยการเป็นองค์กรตอบสนองการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ออริจิ้นสามารถพลิกสถานการณ์ให้กลับมามียอดขายที่สูงขึ้นได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่เดือนมีนาคม ด้วยกลยุทธเพิ่มช่องทางการขายที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้พนักงานเครือออริจิ้นกว่า 1,200 คน กลายเป็น Micro-Influencer ภายใต้โครงการ Everyone can sell ซึ่งสามารถสร้างยอดขายโครงการกลุ่ม Ready to move ได้กว่า 2,500 ล้านบาท หรือการเป็นผู้นำตลาดโดยการกลับมาเปิดโครงการเป็นรายแรกๆ ของปี คือ โครงการ The Origin Onnut ซึ่งใช้กลยุทธกลยุทธ์ใหม่ Origin Next Normal ลดต้นทุนด้านการบริหารจัดการ ปรับโครงสร้างราคาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของผู้บริโภค พร้อมกับปรับรูปแบบการขายเป็นแบบออนไลน์ 100% แบบไม่มีสำนักงานขายเป็นครั้งแรก สร้างปรากฎการณ์ One day Sold out ภายใต้สถานการณ์แบบ New normal

ทั้งนี้แม้ว่าสถานการณ์ของโรคโควิด-19 จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นหลังจากเริ่มมีการใช้วัคซีนมากขึ้น อย่างไรก็ตามคาดว่าพฤติกรรมผู้บริโภคบางอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว อาทิเช่น การให้ความสำคัญกับเรื่องสุขอนามัย การดูแลสุขภาพ การรักษาระยะห่างทางสังคม หรือ รูปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน อาทิเช่น การ Work at home การช็อปปิ้งออนไลน์ การใช้บริการเดลิเวอร์รี่ แนวโน้มการ Digital Disruption ที่ถูกเร่งให้เกิดเร็วขึ้น ในทุกๆ อุตสาหกรรม เห็นได้ชัดเจนว่าการเปลี่ยนเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะธุรกิจการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างมาก ออริจิ้นเองได้ปรับเปลี่ยนและใส่แนวคิดการพัฒนารูปแบบใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคอยู่เสมอ ไม่ว่าจะในการพัฒนาสินค้า หรือการบริการ เพื่อให้ลูกค้าได้รับการตอบสนองความต้องการทุก Life Style และ Life Stage

นอกจากนี้ออริจิ้นยังมุ่งเน้นสู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน โดยในปี 2563 เราได้มีการทบทวน/ปรับปรุงโครงสร้างการดำเนินงาน ดังนี้ ด้านการบริหารความเสี่ยงและการดำเนินงานทางด้านบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน ตามแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลกิจการ ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการตรวจสอบ และ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง อีกทั้งยังมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบรรษัทภิบาลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนขึ้นอีกชุดหนึ่ง เพื่อกำกับดูแลและขับเคลื่อนการดำเนินงานทางด้านบรรษัทภิบาล และการดำเนินงานทางด้านความยั่งยืนให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ออริจิ้นได้ผลประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยประจำปี 2563 ในระดับ “ดีเลิศ” จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) แสดงถึงเจตนาที่จะเป็นบรรษัทภิบาล

สุดท้ายนี้เชื่อว่าความปกติใหม่ (New Normal) จะคงอยู่กับเราต่อไป เรายังจะพบสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบโลกอย่างฉับพลันไม่ว่าจะในด้านที่เป็นบวกหรือเป็นลบ นอกเหนือจากการระบาดของโรคโควิด-19 ได้อีก ดังนั้นออริจิ้นยังคงเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ในอนาคตไว้เสมอ อย่างไรก็ตามการก้าวผ่านสถานการณ์ใดๆ ย่อมต้องอาศัยความสนับสนุนจากผู้มีส่วนร่วมทุกท่าน ผมต้องขอขอบพระคุณ ทั้งคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร พนักงานทุกท่าน ตลอดจนลูกค้า สถาบันการเงิน พันธมิตร คู่ค้า และ ผู้ถือหุ้น ที่ส่งเสริมการดำเนินงานของบริษัทให้ก้าวผ่านสถานการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา และสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงต่อไป